护照多盖一个“旅游纪念章”,就会在泰国机场上不了飞机?泰国官方最新核查:假新闻
泰国反假新闻中心8月28日核查认定,网传“泰国移民官因护照有马丘比丘纪念章拒绝外国旅客登机前往马来西亚”为假新闻。核查机构泰国移民局表示未发现该事件,外国旅游景点纪念章不属泰国法律规定的拒绝登机理由。


一枚几年前盖在护照里的旅游纪念章,真的可能让你在泰国机场直接上不了飞机?近日,一则涉及秘鲁马丘比丘纪念章、泰国机场和马来西亚的消息持续流传。2026年8月28日13时30分,泰国反假新闻中心公布核查结果,并将“泰国移民官因为护照内有马丘比丘纪念章,拒绝外国旅客登机前往马来西亚”的说法明确列为——假新闻。
ตราที่ระลึกจากสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งถูกประทับไว้ในพาสปอร์ตเมื่อหลายปีก่อน สามารถทำให้ผู้โดยสารถูกห้ามขึ้นเครื่องที่ประเทศไทยได้จริงหรือ? ประเด็นเกี่ยวกับตราที่ระลึกมาชูปิกชู ประเทศเปรู การเดินทางจากไทย และประเทศมาเลเซีย ถูกเผยแพร่ต่อในโลกออนไลน์ กระทั่งวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เผยผลตรวจสอบ และจัดข้อความที่ระบุว่า “เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยปฏิเสธชาวต่างชาติขึ้นเครื่องไปมาเลเซีย เพราะพาสปอร์ตมีตราประทับมาชูปิกชู” เป็น ข่าวปลอม อย่างชัดเจน
核查机构是泰国移民局。反假新闻中心援引移民局核查结果称,经详细核查,没有发现网传的这起事件真实发生;来自外国旅游景点的纪念章,也不属于泰国现行法律和规定下可以据此拒绝旅客登机的理由。这里的关键词是“泰国移民官”以及“以这枚纪念章作为拒绝登机理由”。
หน่วยงานที่ตรวจสอบคือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมระบุว่า หลังจากตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบเหตุการณ์ตามที่มีการกล่าวอ้างเกิดขึ้นจริง และตราประทับจากแหล่งท่องเที่ยวในต่างประเทศไม่ใช่เหตุผลที่ใช้ปฏิเสธการขึ้นเครื่องตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบของ ตม.ไทย ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ข้อกล่าวอ้างต่อ “เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทย” และเหตุผลที่อ้างว่าใช้ในการปฏิเสธการเดินทาง
不过,这次辟谣不能反向解读成“护照随便盖旅游纪念章,全球都不会有问题”。航空公司、出发地移民部门和目的地移民部门承担的职责并不相同,目的地国家对旅行证件有效性的要求也可能不同。对于经常从泰国飞往马来西亚、新加坡、日本或其他国家的中国游客和在泰长期居住者,这个区别直接关系到出行风险。
อย่างไรก็ตาม ผลตรวจสอบครั้งนี้ไม่ควรถูกขยายความเป็นว่า สามารถประทับตราที่ระลึกลงในพาสปอร์ตได้โดยไม่มีความเสี่ยงในการเดินทางทุกประเทศ สายการบิน หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศต้นทาง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางมีหน้าที่และหลักเกณฑ์ต่างกัน สำหรับผู้ที่พำนักในไทยหรือเดินทางจากไทยไปมาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และประเทศอื่นเป็นประจำ การแยกบทบาทของแต่ละฝ่ายจึงมีผลโดยตรงต่อการเตรียมเอกสารเดินทาง
事情的背景可以追溯至8月18日。泰国媒体 The Thaiger 当天报道,一名外国旅客自称准备从曼谷飞往马来西亚槟城时,被航空公司方面告知无法登机。旅客声称,问题来自护照中一枚约5年前盖下的马丘比丘旅游纪念章,并称航空公司工作人员曾联系马来西亚移民部门。
ที่มาของเรื่องสามารถย้อนกลับไปยังวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เมื่อ The Thaiger รายงานคำบอกเล่าของนักท่องเที่ยวต่างชาติรายหนึ่งว่า ขณะเตรียมเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปปีนัง ประเทศมาเลเซีย เขาได้รับแจ้งจากฝ่ายสายการบินว่าไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ นักท่องเที่ยวระบุว่า ปัญหาเกี่ยวข้องกับตราที่ระลึกมาชูปิกชูซึ่งถูกประทับไว้ในพาสปอร์ตประมาณ 5 ปีก่อน และกล่าวว่าพนักงานสายการบินได้ติดต่อฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซีย
旅客还表示,自己2026年已经跨越国际边境11次,并曾在大约3周前使用同一本护照从新加坡进入马来西亚。这几个数字均来自旅客本人陈述,并非泰国移民局此次核查确认的数据。The Thaiger在8月18日报道时也明确注明:当时AirAsia和马来西亚移民部门均未确认,马丘比丘纪念章是否确实是无法登机的原因。
นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวยังอ้างว่า ในปี 2569 เขาเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างประเทศมาแล้ว 11 ครั้ง และประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นเพิ่งใช้พาสปอร์ตเล่มเดียวกันเดินทางจากสิงคโปร์เข้ามาเลเซีย ตัวเลขเหล่านี้เป็นคำบอกเล่าของนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ข้อมูลที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยรับรองในการตรวจสอบครั้งล่าสุด ขณะรายงานข่าวเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม The Thaiger ระบุด้วยว่า AirAsia และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียยังไม่ได้ยืนยันว่า ตราที่ระลึกมาชูปิกชูเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องไม่ได้จริงหรือไม่
到了8月28日,泰国反假新闻中心处理的网传说法已经更加具体:“泰国移民官因为护照上有马丘比丘纪念章,拒绝外国旅客登机前往马来西亚。” 核查结论针对的正是这一表述。换句话说,早期报道中的“旅客自述航空公司不让登机”,不能直接改写为“泰国移民局禁止登机”。
เมื่อถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ข้อความที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมนำมาตรวจสอบถูกระบุอย่างเจาะจงว่า “เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยปฏิเสธชาวต่างชาติขึ้นเครื่องไปมาเลเซีย เพราะพาสปอร์ตมีตราประทับมาชูปิกชู” ผลตรวจสอบจึงมุ่งไปที่ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวโดยตรง รายงานในช่วงแรกที่อ้างคำบอกเล่าของผู้โดยสารเกี่ยวกับการตัดสินใจของฝ่ายสายการบิน จึงไม่สามารถนำมาเขียนใหม่เป็นข้อสรุปว่า ตม.ไทยเป็นผู้สั่งห้ามขึ้นเครื่องได้
泰国反假新闻中心给出的类别没有模糊空间:假新闻。页面同时明确标注“核查机构”为泰国移民局。移民局的核查结论包含两层信息:第一,没有发现网传所称的泰国移民官拒绝该旅客登机事件;第二,外国旅游景点的纪念章,不属于泰国相关法律和规定所规定的拒绝登机理由。
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจัดข้อมูลดังกล่าวอยู่ในประเภท ข่าวปลอม และระบุหน่วยงานตรวจสอบเป็นสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผลตรวจสอบมีสาระหลักสองส่วน ได้แก่ ไม่พบเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยปฏิเสธการขึ้นเครื่องตามที่ถูกกล่าวอ้าง และตราประทับจากสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศไม่ใช่เหตุผลสำหรับการปฏิเสธการขึ้นเครื่องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของไทย
泰国移民局否认自己发生过网传的拒载行为,并表示外国旅游景点纪念章本身不是依据泰国相关法律和规定拒绝登机的理由。
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่พบเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ ตม.ไทยปฏิเสธการขึ้นเครื่องตามข่าวที่แชร์กัน และตราจากสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศไม่ใช่เหตุผลที่ใช้ปฏิเสธการขึ้นเครื่องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของไทย
这起事件最容易混淆的地方,在于“官方确认的数据”和“当事人自述”混在了一起。2026年8月28日13时30分是反假新闻中心发布核查的时间;2026年8月18日11时05分前后是The Thaiger相关报道发布的时间。原始核查页面没有公布涉事事件的准确发生日期。
จุดที่ทำให้ข้อมูลเรื่องนี้สับสนได้ง่าย คือการนำข้อมูลจากหน่วยงานทางการมาปะปนกับคำบอกเล่าของผู้เดินทาง วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. คือเวลาที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเผยแพร่ผลตรวจสอบ ส่วนวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.05 น. คือช่วงเวลาที่ The Thaiger เผยแพร่รายงานที่เกี่ยวข้อง ต้นฉบับของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไม่ได้ระบุวันและเวลาที่เหตุการณ์ซึ่งถูกกล่าวอ้างเกิดขึ้นอย่างชัดเจน
遇到类似问题,先分清四个角色:护照签发机关、航空公司、出发地移民部门、目的地移民部门。 泰国移民局此次只能说明泰方核查范围内的情况;航空公司仍会检查旅客是否具备目的地要求的旅行文件,目的地移民部门也拥有自己的入境审查权限。一次顺利出入境,不能自动保证下一次在另一条航线、另一家航空公司或另一国家得到相同处理。
เมื่อพบปัญหาลักษณะนี้ ควรแยกบทบาทของ 4 ฝ่าย ได้แก่ หน่วยงานผู้ออกพาสปอร์ต สายการบิน หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศต้นทาง และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง ผลตรวจของ ตม.ไทยอธิบายได้เฉพาะส่วนที่อยู่ในขอบเขตของไทย ขณะที่สายการบินยังต้องตรวจเอกสารให้ตรงตามเงื่อนไขของปลายทาง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางมีอำนาจพิจารณาการเข้าเมืองตามกฎหมายของตน การเคยเดินทางผ่านด่านหนึ่งได้สำเร็จ จึงไม่รับประกันว่าการเดินทางครั้งต่อไปด้วยสายการบินหรือประเทศอื่นจะได้ผลเช่นเดิม
如果有效护照里已经出现旅游纪念章,更稳妥的处理方式是提前向护照签发机关、承运航空公司以及目的地移民部门确认,而不是到了登机柜台才处理。也不要自行涂改、刮除、覆盖或撕掉相关页面,否则可能进一步改变证件状态。对于从泰国飞往第三国的人,还应分别查询目的地的护照有效期、签证、空白页及旅行证件完整性要求。
หากพาสปอร์ตที่ยังใช้งานอยู่มีตราที่ระลึกอยู่แล้ว แนวทางที่ลดความเสี่ยงได้มากกว่าคือสอบถาม หน่วยงานผู้ออกพาสปอร์ต สายการบินที่ให้บริการ และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง ก่อนวันเดินทาง ไม่ควรแก้ไข ขูด ลบ ปิดทับ หรือฉีกหน้าพาสปอร์ตด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้สภาพเอกสารเปลี่ยนไปมากขึ้น ผู้ที่เดินทางจากไทยไปประเทศที่สามควรตรวจเงื่อนไขเรื่องอายุพาสปอร์ต วีซ่า หน้าว่าง และสภาพเอกสารของประเทศปลายทางแยกต่างหาก
而在阅读类似“泰国机场拒绝登机”的新闻时,可以先问一句:究竟是谁作出的决定? 是航空公司柜台、登机口工作人员、泰国移民官,还是目的地国家反馈?这四种情况对应的责任主体和法律依据不同。本次事件从“旅客自述航空公司不让登机”传播到“泰国移民官因纪念章拒绝登机”,正是一个关键主体被替换后产生的信息失真案例。
เมื่อพบข่าวประเภท “ถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องที่สนามบินไทย” ควรตรวจสอบก่อนว่า ใครเป็นผู้ตัดสินใจ พนักงานเช็กอิน พนักงานที่ประตูขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทย หรือหน่วยงานของประเทศปลายทาง แต่ละฝ่ายมีหน้าที่และหลักเกณฑ์ต่างกัน กรณีนี้เริ่มจากรายงานคำบอกเล่าของผู้โดยสารเกี่ยวกับการตัดสินใจของฝ่ายสายการบิน ก่อนที่ข้อความบางส่วนจะถูกเผยแพร่ต่อในลักษณะที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ ตม.ไทยเป็นผู้ปฏิเสธการเดินทาง ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ผลตรวจสอบล่าสุดแก้ไขให้ชัดเจน
读者评论
0 条评论